สีได้รับการวิวัฒนาการมานับหมื่นปี
ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จากสีธรรมชาติจนถึงสีสังเคราะห์
สีจากจิตรกรรมตามผนังถ้ำที่เคยมีมนุษย์อาศัยอยู่สามารถถ่ายทอดเหตุการณ์ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
เช่น ศิลปะถ้ำ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี
มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและสะท้อนเรื่องราวเมื่อยุค 3000 ปีก่อน
ด้วยรูปภาพของ คน สัตว์ ข้าวของเครื่องใช้และพิธีกรรมที่สำคัญ หากคนเราหวงแหนสิ่งใดก็ต้องการจะเก็บรักษาสิ่งนั้นไว้และถ่ายทอดผ่านงานศิลป์ทุกรูปแบบ
แม้แต่คนที่ยังขึ้นชื่อเป็นมนุษย์ถ้ำ ยังหวงแหนและคิดค้นกรรมวิธีต่างๆ
ในการใช้สีสันที่คงทนถาวร
เพื่อบอกกล่าวแก่อนุชนรุ่นหลังว่าครั้งหนึ่งยังมีเรื่องราวหลายอย่างเกิดขึ้นในสถานที่นั้นๆ
จนเกิดเป็นรูปแบบเชิงสัญลักษณ์ของการคงอยู่ของขนบธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ สิ่งแทนค่าอันสูงยิ่งของคนยุคเก่า
คนยุคเรา อาจนิยามใหม่ว่า โลโก้
วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2561
สีแดงกับการสื่อความหมาย
เมื่อคุณเห็นสัญญาณไฟจราจรสีแดง คุณต้องหยุดรถ
แสดงว่าสีแดง เป็นการสื่อความหมายถึงการห้ามขั้นสุดยอดได้ดีที่สุด
สีแดงมักถูกใช้เพื่องานด้านความปลอดภัย เช่น ตู้อุปกรณ์ดับเพลิง รถดับเพลิง หรือใช้เป็นสัญลักษณ์ของการขอความช่วยเหลือ
เช่น กากบาทของสภากาชาด
สีแดง ยังถูกใช้ในแง่ของการรวมพล ปลุกระดม ปลุกใจให้ฮึกเหิมต่อสู้ได้ดีกว่าสีอื่นๆ
สีแดง ตามศาสตร์ฮวงจุ้ยเป็นตัวแทนของธาตุไฟ ลักษณะของธาตุไฟ หมายถึง การลุกขึ้นสู้ การปลอดปล่อย ความรู้สึกเป็นอิสระ ความต้องการเอาชนะ การคลั่งไคล้อย่างที่สุด
สีแดง ยังถูกใช้ในแง่ของการรวมพล ปลุกระดม ปลุกใจให้ฮึกเหิมต่อสู้ได้ดีกว่าสีอื่นๆ
สีแดง ตามศาสตร์ฮวงจุ้ยเป็นตัวแทนของธาตุไฟ ลักษณะของธาตุไฟ หมายถึง การลุกขึ้นสู้ การปลอดปล่อย ความรู้สึกเป็นอิสระ ความต้องการเอาชนะ การคลั่งไคล้อย่างที่สุด
ตัวเอกในการ์ตูนแนวซุปเปอร์ฮีโร่
มักจะแต่งกายด้วยสีแดง บางครั้งจึงเป็นตัวแทนของการสื่อความหมายของความเป็นผู้นำ
กล้าเผชิญกับความท้าทายทุกรูปแบบ
สีกับอารมณ์ของคน
สีสัมพันธ์กับอารมณ์ของคน เช่น สีแดง
ส่งผลให้รู้สึกมีชีวิตชีวา เลือดลมสูบฉีด หากเราอยู่ในห้องสีแดงนาน ๆ จะรู้สึกร้อน
หายใจเร็วขึ้น แต่ถ้าอยู่ในห้องสีฟ้า จะรู้สึกเย็นขึ้น ส่วนห้องสีขาวหรือสีโทนสว่างจะทำให้รู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายกว่าห้องที่มืดทึม
หรือมีโทนค่อนไปทางสีดำ
ในศาสตร์ฮวงจุ้ยได้แบ่งออกเป็น
5 เฉดสีตาม
5 ธาตุหลักคือธาตุไฟ
สีแดง ธาตุดิน สีเหลือง ธาตุทอง สีขาว ธาตุน้ำ สีดำ และธาตุไม้ สีเขียว
บ้านเว้าแหว่ง
ศาสตร์ฮวงจุ้ยกล่าวว่า บ้านเว้าแหว่งที่มุมใดของบ้านจะนำความเสียหายมาสู่บุคคลในครอบครัว
ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจว่ามุมใดทิศใดของบ้านสัมพันธ์กับบุคคลใดบ้าง ตำราอี้จิง ได้ให้ข้อมูลไว้ดังนี้
ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจว่ามุมใดทิศใดของบ้านสัมพันธ์กับบุคคลใดบ้าง ตำราอี้จิง ได้ให้ข้อมูลไว้ดังนี้
เลข
1 ทิศเหนือ
สัมพันธ์กับลูกชายคนกลาง
เลข 2 ทิศตะวันตกเฉียงใต้ สัมพันธ์กับผู้เป็นมารดา
เลข 3 ทิศตะวันออก สัมพันธ์กับลูกชายคนโต
เลข 4 ทิศตะวันออกเฉียงใต้ สัมพันธ์กับลูกสาวคนโต
เลข 6 ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ สัมพันธ์กับผู้เป็นบิดา
เลข 7 ทิศตะวันตก สัมพันธ์กับลูกสาวคนเล็ก
เลข 8 ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ สัมพันธ์กับลูกชายคนเล็ก
เลข 9 ทิศใต้ สัมพันธ์กับลูกสาวคนกลาง

ส่วนเลข 5 เป็นทิศกึ่งกลาง ไม่มีข่วยหรือกว้าที่แน่นอน สามารถผันแปรไปตามยุค 1-9
เช่นปัจจุบันอยู่ในยุคที่ 8 ตั้งแต่พ.ศ. 2547 ถึงพ.ศ. 2567 มีระยะเวลายุคละ 20 ปี
เมื่อต้องการจะคำนวณเหินดาว จะใช้ข่วยเป็น “เลข 8”
เลข 2 ทิศตะวันตกเฉียงใต้ สัมพันธ์กับผู้เป็นมารดา
เลข 3 ทิศตะวันออก สัมพันธ์กับลูกชายคนโต
เลข 4 ทิศตะวันออกเฉียงใต้ สัมพันธ์กับลูกสาวคนโต
เลข 6 ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ สัมพันธ์กับผู้เป็นบิดา
เลข 7 ทิศตะวันตก สัมพันธ์กับลูกสาวคนเล็ก
เลข 8 ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ สัมพันธ์กับลูกชายคนเล็ก
เลข 9 ทิศใต้ สัมพันธ์กับลูกสาวคนกลาง
ส่วนเลข 5 เป็นทิศกึ่งกลาง ไม่มีข่วยหรือกว้าที่แน่นอน สามารถผันแปรไปตามยุค 1-9
เช่นปัจจุบันอยู่ในยุคที่ 8 ตั้งแต่พ.ศ. 2547 ถึงพ.ศ. 2567 มีระยะเวลายุคละ 20 ปี
เมื่อต้องการจะคำนวณเหินดาว จะใช้ข่วยเป็น “เลข 8”
ศาสตร์ฮวงจุ้ยเน้นย้ำเสมอในเรื่องของความสมดุลหยินหยาง
แล้วรูปทรงใดที่มีความลงตัวที่สุด
คำตอบคือ “สี่เหลี่ยมจัตุรัส” ซึ่งก็คือเลข 5 ธาตุดินนี้เอง
บ้านไหนที่มีรูปทรงยาวไป แคบไป หรือไม่มีรูปทรง มักจะไม่ส่งเสริมบุคคลที่เข้าไปอาศัยเท่าที่ควร
แล้วรูปทรงใดที่มีความลงตัวที่สุด
คำตอบคือ “สี่เหลี่ยมจัตุรัส” ซึ่งก็คือเลข 5 ธาตุดินนี้เอง
บ้านไหนที่มีรูปทรงยาวไป แคบไป หรือไม่มีรูปทรง มักจะไม่ส่งเสริมบุคคลที่เข้าไปอาศัยเท่าที่ควร
เมื่อย้อนกลับมาในมุมมองของนักออกแบบแล้ว
ควรใส่ใจเรื่องความสมดุลให้มาก
บางครั้งอาจต้องยอมเสียเวลาเพื่ออธิบายให้ผู้รับบริการออกแบบ แต่จะส่งผลดีกับทุกฝ่ายในระยะยาวแน่นอน
โลโก้ เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงออกแทนตัวตนของเจ้าของแบรนด์ หากการออกแบบโลโก้ขาดความสมดุล ย่อมทำให้แบรนด์ขาดพลังในการดึงดูดผู้คนให้หันมาสนใจ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสเท่านั้น ยังสามารถนำเรื่ององค์ประกอบภาพศิลป์มาช่วยให้เกิดมุมมองที่แปลกตาได้หลากหลายเทคนิค
หนึ่งในตัวอย่างชั้นเลิศ ก็คือ ตัวอักษรภาษาจีนกลาง
ทุกขีดแม้จะหลากเส้นหลากรูปทรง แต่ทั้งมวลอยู่ภายใต้กรอบสี่เหลี่ยมอันเดียวกัน
โลโก้ เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงออกแทนตัวตนของเจ้าของแบรนด์ หากการออกแบบโลโก้ขาดความสมดุล ย่อมทำให้แบรนด์ขาดพลังในการดึงดูดผู้คนให้หันมาสนใจ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสเท่านั้น ยังสามารถนำเรื่ององค์ประกอบภาพศิลป์มาช่วยให้เกิดมุมมองที่แปลกตาได้หลากหลายเทคนิค
หนึ่งในตัวอย่างชั้นเลิศ ก็คือ ตัวอักษรภาษาจีนกลาง
ทุกขีดแม้จะหลากเส้นหลากรูปทรง แต่ทั้งมวลอยู่ภายใต้กรอบสี่เหลี่ยมอันเดียวกัน
เลข
5 ในศาสตร์ฮวงจุ้ยสามารถนำมาใช้งานแยกย่อยไปได้อีกมาก
ตั้งแต่วิชาฮวงจุ้ยดาวเหิน ฮวงจุ้ย 64 ข่วย จนถึงการผูกดวงจีน ล้วนแต่อาศัยเลข 5 เป็นพื้นฐานของการคำนวณแทบทั้งสิ้น
เลข 5 เป็นกึ่งหนึ่งเลขฐาน 10 คือระบบเลขอารบิค 0 ถึง 9
สามเท่าคือเลข 15 เป็นหนึ่งในหลักคิดของวิชาฮวงจุ้ย 64 ข่วยซึ่งเป็นศาสตร์ฮวงจุ้ยขั้นสูง
เลข 5 เป็นกึ่งหนึ่งเลขฐาน 10 คือระบบเลขอารบิค 0 ถึง 9
สามเท่าคือเลข 15 เป็นหนึ่งในหลักคิดของวิชาฮวงจุ้ย 64 ข่วยซึ่งเป็นศาสตร์ฮวงจุ้ยขั้นสูง
เลข
5 แทนค่าด้วยสีเหลือง
หมายถึงการรวมเข้าสู่ศูนย์กลาง
เรามักจะเห็นจักรพรรดิจีนสวมใส่ชุดมังกร 9 เล็บสีเหลือง คนโบราณมีขนบธรรมเนียมค่อนข้างเคร่งครัดในการแต่งกาย อาจจะเพราะสมัยก่อนยังไม่มีระบบคอมพิวเตอร์ช่วยเก็บข้อมูลเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักเพื่อยืนยันตัวตนความแตกต่างระหว่างบุคคลก็เป็นได้ สิ่งหนึ่งที่จะช่วยจำแนกชนชั้นนำจากสามัญชนได้ดีที่สุดก็คือ เครื่องแต่งกายตามยศฐาบรรดาศักดิ์ ตั้งแต่จำนวนชิ้นของเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ไปจนถึงลวดลายจะระบุอย่างชัดเจนว่า ลวดลายแบบไหนใครถึงจะมี “สิทธิ์” เช่นรูปมังกรก็มีสิทธิ์จำเพาะเชื้อพระวงศ์เพศชาย แล้วยังมีการลงรายละเอียดของสิ่งที่ปรากฏ เช่น จำนวนเล็บของมังกร มากสุดคือ 9 เล็บ รองไปก็มี 8,7,6,5 ตามแต่ลำดับความสำคัญของบุคคลนั้นๆ
ส่วนฝั่งเพศหญิง สิ่งสูงค่าที่สุดคือ รูปหงส์ รองไปก็คือ ไก่ฟ้า
รูปภาพและลวดลายที่ปักลงบนเครื่องแต่งกายยังแฝงคติความเชื่อไว้มากมายสุดจะพรรณนา เพราะมนุษย์เราเป็นสัตว์ประเสริฐช่างคิดค้นดัดแปลงและแยกย่อยให้เราเหนือกว่าสัตว์ทั้งปวง
นี่คือความสนุกของการศึกษาประวัติศาสตร์เชิงมนุษยสัมพันธ์ แม้ว่าช่วงเวลาของหลายเหตุการณ์จะพ้นผ่านมาเนิ่นนาน แต่บางลวดลายยังคงตราตรึงจิตใจมนุษย์เราไปอีกนาน ไม่พอยังได้รับการรังสรรค์ให้วิจิตรมากขึ้นหรือลดทอนจนเหลือแค่เพียง “เค้าโครง” ให้พอเดาออก เมื่อมนุษย์จำเริญถึงขีดสุดก็มักจะเบื่อโลก นี่จึงเป็นที่มาของความเชื่อของคนยุคใหม่ ที่เรียกว่า มินิมอลลิซึม ถ้าเป็นพุทธก็คงถูกนิยามว่า เซน เซนคือความน้อยแต่พอดี ไม่ขาดไม่เกิน สุขตรงคำว่าพอดี แล้วทุกท่านเล่า กำลังสุขพอดี หรือสุขเกินพอ
เรามักจะเห็นจักรพรรดิจีนสวมใส่ชุดมังกร 9 เล็บสีเหลือง คนโบราณมีขนบธรรมเนียมค่อนข้างเคร่งครัดในการแต่งกาย อาจจะเพราะสมัยก่อนยังไม่มีระบบคอมพิวเตอร์ช่วยเก็บข้อมูลเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักเพื่อยืนยันตัวตนความแตกต่างระหว่างบุคคลก็เป็นได้ สิ่งหนึ่งที่จะช่วยจำแนกชนชั้นนำจากสามัญชนได้ดีที่สุดก็คือ เครื่องแต่งกายตามยศฐาบรรดาศักดิ์ ตั้งแต่จำนวนชิ้นของเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ไปจนถึงลวดลายจะระบุอย่างชัดเจนว่า ลวดลายแบบไหนใครถึงจะมี “สิทธิ์” เช่นรูปมังกรก็มีสิทธิ์จำเพาะเชื้อพระวงศ์เพศชาย แล้วยังมีการลงรายละเอียดของสิ่งที่ปรากฏ เช่น จำนวนเล็บของมังกร มากสุดคือ 9 เล็บ รองไปก็มี 8,7,6,5 ตามแต่ลำดับความสำคัญของบุคคลนั้นๆ
ส่วนฝั่งเพศหญิง สิ่งสูงค่าที่สุดคือ รูปหงส์ รองไปก็คือ ไก่ฟ้า
รูปภาพและลวดลายที่ปักลงบนเครื่องแต่งกายยังแฝงคติความเชื่อไว้มากมายสุดจะพรรณนา เพราะมนุษย์เราเป็นสัตว์ประเสริฐช่างคิดค้นดัดแปลงและแยกย่อยให้เราเหนือกว่าสัตว์ทั้งปวง
นี่คือความสนุกของการศึกษาประวัติศาสตร์เชิงมนุษยสัมพันธ์ แม้ว่าช่วงเวลาของหลายเหตุการณ์จะพ้นผ่านมาเนิ่นนาน แต่บางลวดลายยังคงตราตรึงจิตใจมนุษย์เราไปอีกนาน ไม่พอยังได้รับการรังสรรค์ให้วิจิตรมากขึ้นหรือลดทอนจนเหลือแค่เพียง “เค้าโครง” ให้พอเดาออก เมื่อมนุษย์จำเริญถึงขีดสุดก็มักจะเบื่อโลก นี่จึงเป็นที่มาของความเชื่อของคนยุคใหม่ ที่เรียกว่า มินิมอลลิซึม ถ้าเป็นพุทธก็คงถูกนิยามว่า เซน เซนคือความน้อยแต่พอดี ไม่ขาดไม่เกิน สุขตรงคำว่าพอดี แล้วทุกท่านเล่า กำลังสุขพอดี หรือสุขเกินพอ
หัวใจศาสตร์ฮวงจุ้ย
หัวใจศาสตร์ฮวงจุ้ย ประกอบด้วย 4 ส่วนประกอบคือ
หนึ่ง ชัยภูมิ คือรูปลักษณ์ที่มีผลต่อพลังงานสนามแม่เหล็กหรือพลังชี่
สอง องศาทิศทาง คือการคำนวณดาวเหินทั้ง 9 ดวง
สาม ดวงชะตาคือหลักการคำนวณดวงด้วยหลักการ 5 ธาตุพื้นฐาน
สี่ ฤกษ์ยาม มี 2 สำนักใหญ่คือ 5 ธาตุพื้นฐานกับ 64 ข่วย
หนึ่ง ชัยภูมิ คือรูปลักษณ์ที่มีผลต่อพลังงานสนามแม่เหล็กหรือพลังชี่
สอง องศาทิศทาง คือการคำนวณดาวเหินทั้ง 9 ดวง
สาม ดวงชะตาคือหลักการคำนวณดวงด้วยหลักการ 5 ธาตุพื้นฐาน
สี่ ฤกษ์ยาม มี 2 สำนักใหญ่คือ 5 ธาตุพื้นฐานกับ 64 ข่วย
หลักการก่อเกิดความเป็นมงคลแห่งชีวิตมนุษย์
คือ การปรับสภาพภูมิทัศน์ให้เข้ากับสนามแม่เหล็กโลก ด้วยการเลือกช่วงเวลาฤกษ์ยามที่เหมาะสมเข้ากันได้กับดวงชะตา
เรียกว่า หลักการสามประสาน “ฟ้าดินคน”
พื้นฐานชัยภูมิที่ดี
เริ่มต้นจากการสังเกต “มุมมอง” ตัวอาคารและสิ่งแวดล้อม จากพื้นฐานเรื่อง 4 สัตว์เทพ
มีเต่าดำ เสือขาว มังกรเขียว และหงส์แดงกำหนดมุมมองที่เป็นมงคลไว้คร่าว ๆ ดังนี้
หนึ่ง เต่าดำ ควรมีมุมมองประมาณ 45 องศากับตัวอาคารหลัก
สอง เสือขาวและมังกรเขียว ควรมีมุมมองประมาณ 22.5 องศากับตัวอาคารหลัก
และสาม หงส์แดง ควรมีมุมมองประมาณ 11.25 องศากับตัวอาคารหลัก
ลักษณะดังกล่าวดูคล้ายกับเรากำลังนั่งบนเก้าอี้ที่มีพนักพิงและที่เท้าแขนสองข้าง (Arm chair)
ตัวอย่างที่ดีอันหนึ่งที่อยากจะนำเสนอคือ วัดคิงกะกุ (ญี่ปุ่น: 金閣寺 คิงกะกุ-จิ วัดศาลาทอง) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า วัดโระกุอง (ญี่ปุ่น: 鹿苑寺 โระกุอง-จิ วัดสวนกวาง) ตั้งอยู่ในเมืองเคียวโตะ จังหวัดเคียวโตะ ประเทศญี่ปุ่น มีศาลาทองเป็นจุดเด่นของวัด แรกเริ่มศาลาทองสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1940 เพื่อเป็นที่พักของโชกุนอะชิกะงะ โยะชิมิสึ ต่อมาผู้เป็นบุตรชายได้เปลี่ยนแปลงให้เป็นวัดนิกายเซนสำนักรินไซ วัดถูกเผาทำลายหลายครั้งในระหว่างสงครามโอนิง ศาลาทองแห่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้หลานของโยะชิมิสึสร้างวัดอีกแห่งหนึ่ง ชื่อว่า วัดกิงกะกุ
ปี พ.ศ. 2537 วัดโระคุอง รวมทั้งศาลาทอง ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกร่วมกับสถานที่สำคัญอื่นๆในเมืองเคียวโตะ
ตัวศาลาทองทั้งหลัง ยกเว้นชั้นใต้ดิน ปิดคลุมด้วยแผ่นทองคำบริสุทธิ์ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและโบราณวัตถุมีค่าอื่นๆ บนยอดหลังคาของศาลามีรูปหล่อทองคำรูปนกโฮโอ
ในปี พ.ศ. 2493 ศาลาทองถูกเผาทำลายโดยพระวิกลจริต ศาลาที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2498
สงครามมาพร้อมกับมูลค่าความเสียหายของทรัพย์สินอันเป็นมรดกของชาติและของมนุษยชาติ หากก็สามารถรื้อฟื้นกับมาให้สวยดังเดิมได้ แต่คุณค่าทางจิตใจนั้นหวนกลับมาเหมือนเดิมได้ยากประหนึ่งดวงแก้วที่แตกร้าว เมื่อท่านต้องการจะดำรงคุณค่าสิ่งอันใดไว้ควรไตร่ตรองตรึกตรองให้ถ้วนถี่ เพราะการกระทำหลายอย่างเมื่อพ้นผ่านวันเวลาแล้วไม่สามารถจะเอากลับคืนมาได้ สิ่งนั้นเรียกว่า คุณค่าทางใจ
สัญลักษณ์ที่ดีและน่าศรัทธาควรค่าแก่การระลึกถึง เกิดจากการใคร่ครวญมาเป็นอย่างดีของผู้ออกแบบแต่ละชิ้นงาน เพื่อให้ผลงานนั้นสร้างชื่อเสียงเป็นที่ประจักษ์ แม้บุบสลายถูกทำลายไป ก็มีผู้ที่ต้องการจะรื้อฟื้นให้คืนกลับมาสวยงามดังเดิม เหมือนเช่นเดียวกับวัดคิงกะกุ หรือนักท่องเที่ยวชาวไทยเรียกกันอย่างง่าย ๆ ว่าวัดอิคคิวซัง ในท้องเรื่องการ์ตูนอมตะนิรันดร์กาลทางช่อง 3 ของไทย
หนึ่ง เต่าดำ ควรมีมุมมองประมาณ 45 องศากับตัวอาคารหลัก
สอง เสือขาวและมังกรเขียว ควรมีมุมมองประมาณ 22.5 องศากับตัวอาคารหลัก
และสาม หงส์แดง ควรมีมุมมองประมาณ 11.25 องศากับตัวอาคารหลัก
ลักษณะดังกล่าวดูคล้ายกับเรากำลังนั่งบนเก้าอี้ที่มีพนักพิงและที่เท้าแขนสองข้าง (Arm chair)
ตัวอย่างที่ดีอันหนึ่งที่อยากจะนำเสนอคือ วัดคิงกะกุ (ญี่ปุ่น: 金閣寺 คิงกะกุ-จิ วัดศาลาทอง) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า วัดโระกุอง (ญี่ปุ่น: 鹿苑寺 โระกุอง-จิ วัดสวนกวาง) ตั้งอยู่ในเมืองเคียวโตะ จังหวัดเคียวโตะ ประเทศญี่ปุ่น มีศาลาทองเป็นจุดเด่นของวัด แรกเริ่มศาลาทองสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1940 เพื่อเป็นที่พักของโชกุนอะชิกะงะ โยะชิมิสึ ต่อมาผู้เป็นบุตรชายได้เปลี่ยนแปลงให้เป็นวัดนิกายเซนสำนักรินไซ วัดถูกเผาทำลายหลายครั้งในระหว่างสงครามโอนิง ศาลาทองแห่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้หลานของโยะชิมิสึสร้างวัดอีกแห่งหนึ่ง ชื่อว่า วัดกิงกะกุ
ปี พ.ศ. 2537 วัดโระคุอง รวมทั้งศาลาทอง ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกร่วมกับสถานที่สำคัญอื่นๆในเมืองเคียวโตะ
ตัวศาลาทองทั้งหลัง ยกเว้นชั้นใต้ดิน ปิดคลุมด้วยแผ่นทองคำบริสุทธิ์ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและโบราณวัตถุมีค่าอื่นๆ บนยอดหลังคาของศาลามีรูปหล่อทองคำรูปนกโฮโอ
ในปี พ.ศ. 2493 ศาลาทองถูกเผาทำลายโดยพระวิกลจริต ศาลาที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2498
สงครามมาพร้อมกับมูลค่าความเสียหายของทรัพย์สินอันเป็นมรดกของชาติและของมนุษยชาติ หากก็สามารถรื้อฟื้นกับมาให้สวยดังเดิมได้ แต่คุณค่าทางจิตใจนั้นหวนกลับมาเหมือนเดิมได้ยากประหนึ่งดวงแก้วที่แตกร้าว เมื่อท่านต้องการจะดำรงคุณค่าสิ่งอันใดไว้ควรไตร่ตรองตรึกตรองให้ถ้วนถี่ เพราะการกระทำหลายอย่างเมื่อพ้นผ่านวันเวลาแล้วไม่สามารถจะเอากลับคืนมาได้ สิ่งนั้นเรียกว่า คุณค่าทางใจ
สัญลักษณ์ที่ดีและน่าศรัทธาควรค่าแก่การระลึกถึง เกิดจากการใคร่ครวญมาเป็นอย่างดีของผู้ออกแบบแต่ละชิ้นงาน เพื่อให้ผลงานนั้นสร้างชื่อเสียงเป็นที่ประจักษ์ แม้บุบสลายถูกทำลายไป ก็มีผู้ที่ต้องการจะรื้อฟื้นให้คืนกลับมาสวยงามดังเดิม เหมือนเช่นเดียวกับวัดคิงกะกุ หรือนักท่องเที่ยวชาวไทยเรียกกันอย่างง่าย ๆ ว่าวัดอิคคิวซัง ในท้องเรื่องการ์ตูนอมตะนิรันดร์กาลทางช่อง 3 ของไทย
ปัจจัยที่ต่อผลกับชะตาชีวิตมนุษย์
หนึ่ง ชะตามนุษย์ คือฝีมือ ความสามารถ ความพยายาม
สอง ชะตาฟ้า คือดวงชะตายามแรกเกิด พลังงานจักรวาลที่ประจุยามเกิด ลมหายใจเฮือกแรกของชีวิตทารก เสียงร้องไห้อุแว้ครั้งแรกในห้องคลอด
สาม ชะตาดิน คือพลังสนามแม่เหล็กของสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงานประจำ
รวมสามประสานก่อเกิดเป็น “ฮวงจุ้ย”
สอง ชะตาฟ้า คือดวงชะตายามแรกเกิด พลังงานจักรวาลที่ประจุยามเกิด ลมหายใจเฮือกแรกของชีวิตทารก เสียงร้องไห้อุแว้ครั้งแรกในห้องคลอด
สาม ชะตาดิน คือพลังสนามแม่เหล็กของสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงานประจำ
รวมสามประสานก่อเกิดเป็น “ฮวงจุ้ย”
การจัดฮวงจุ้ย
เกิดจากการผสมผสาน 2 ส่วนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว คือ เรื่องชัยภูมิภายนอกและภายใน
และการคำนวณพลังดวงดาวทั้ง 9 ดวง (การประยุกต์ตำราอี้จิง)
การคำนวณเหินดาว คือการประยุกต์ตำราอี้จิง ด้วยตัวเลข 1,2,3,4,6,7,8,9 ผนวกกับอีกตัวคือเลข 5
การคำนวณเหินดาว คือการประยุกต์ตำราอี้จิง ด้วยตัวเลข 1,2,3,4,6,7,8,9 ผนวกกับอีกตัวคือเลข 5
อี้จิง
คือวิชาที่ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงผันแปรของสรรพสิ่ง จากมีเปลี่ยนเป็นไม่มี
จากไม่มีกลับเป็นมี (ตัวเลข 0 และ 1 ในภาษาคอมพิวเตอร์)
จากพลังงานบวกกลายเป็นพลังงานลบ สลับไปมา(ขั้วบวกขั้วลบในเรื่องพลังงานไฟฟ้า)
แล้วแทนค่าด้วยสัญลักษณ์ “เส้นเต็ม” และ “เส้นขาด” (หลักการหยินหยาง)
เมื่อนำมาซ้อนทับกันได้ 6 ชั้น เรียก “ฉักลักษณ์”
เพื่อหาค่าความน่าจะเป็นได้ 64 รูปแบบที่ไม่ผันแปร เรียกว่า “ฮวงจุ้ย 64 ข่วย”
ในภาษาจีนแต้จิ๋ว หรือ “ฮวงจุ้ย 64 กว้า” ในภาษาจีนกลาง
วิทยาศาสตร์ยุคปัจจุบันเรียกว่า “โครโมโซม” คือตัวเก็บรหัสพันธุกรรมของเซลล์ร่างกายมนุษย์ทั้ง
32 คู่
ที่มาของตำราอี้จิง
เมื่อครั้งบรรพกาล กษัตริย์อวี่ ประสบปัญหาอุทกภัย มีมังกรแบกภาพใบหนึ่งโผล่มาจากแม่น้ำฮวงโห (ภาพเหอถู) “ตะพาบวิเศษ” ก็คาบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นจากลำน้ำลั่วสุ่ย (ตำราลั่วซู) อวี่อาศัยภาพและตำรา “ปรับเปลี่ยนขุนเขาทางน้ำ”แก้ปัญหาอุทกภัยทั้งเก้าแคว้นสำเร็จ หลังจากนั้น ก็อาศัยภาพเหอถูและความรู้จากการขจัดอุทกภัย เขียนตำรา “เหลียงซาน” ขึ้นมีความหมายว่าเชื่อมต่อแม่น้ำภูเขา
เมื่อครั้งบรรพกาล กษัตริย์อวี่ ประสบปัญหาอุทกภัย มีมังกรแบกภาพใบหนึ่งโผล่มาจากแม่น้ำฮวงโห (ภาพเหอถู) “ตะพาบวิเศษ” ก็คาบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นจากลำน้ำลั่วสุ่ย (ตำราลั่วซู) อวี่อาศัยภาพและตำรา “ปรับเปลี่ยนขุนเขาทางน้ำ”แก้ปัญหาอุทกภัยทั้งเก้าแคว้นสำเร็จ หลังจากนั้น ก็อาศัยภาพเหอถูและความรู้จากการขจัดอุทกภัย เขียนตำรา “เหลียงซาน” ขึ้นมีความหมายว่าเชื่อมต่อแม่น้ำภูเขา
เมื่อกษัตริย์อวี่เสียชีวิต
บุตรชายคือเซี่ยฉี ก็ขึ้นเป็นกษัตริย์ราชวงศ์เซี่ย
เทิดทูนตำราเหลียงซานเป็นคัมภีร์วิเศษ ใช้เสี่ยงทายทำนายโชคเคราะห์ ต่อมาซางทังล้มล้างราชวงศ์เซี่ย
ก่อตั้งราชวงศ์ซ่างขึ้น ตำราเหลียงซานตกอยู่ในมือมหาเสนาบดีนามอีอิน ทำการปรับปรุงกลายเป็น
“ตำรากุยฉัง” หมายความว่าสรรพสิ่งของฟ้าดินล้วนเก็บซ่อนอยู่ภายใน ยังคงใช้เป็นเครื่องมือทำนายโชคเคราะห์
ปลายราชวงศ์ซ่าง
ติ้วอ๋องจับกุมจีซาง ไว้ในสถานที่เรียกว่าเซียงหลี่
จีซางเป็นคนชาญฉลาดระหว่างที่ถูกขังทำการศึกษาตำรากุยฉัง จนจัดทำตำรา “โจวอี้”
ซึ่งอีกชื่อหนึ่งคือ “อี้จิง” ครอบคลุมถึงความเปลี่ยนแปลงทั้งมวล
สรุปแล้วตำราทั้งสามเล่มแม้มีชื่อผิดแผก แท้ที่จริงมีส่วนเกี่ยวเนื่องกัน
การคิดค้นวิทยาการของชาวตะวันออก
มักจะไม่นิยมยกยอตนเองว่าดีเด่นเหนือคนอื่น
จึงใช้ผีสางเทวดามาอ้างว่ามาบอกกล่าวแก่ตน เพื่อให้เกิดความน่าเลื่อมใสศรัทธา
ซึ่งนับว่าเป็นข้อดีที่ไม่ยึดตัวตนหรืออัตตาเป็นที่ตั้ง
อีกทั้งเพื่อกันข้อครหานินทาหากมีเรื่องไม่ชอบมาพากลในภายหลัง
ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องรับผิดรับชอบ ถ้ามองผิวเผินก็มีส่วนดี
แต่ถ้ามองให้ลึกซึ้งก็จะพบว่า บางครั้งทำให้ตำราบางอย่างหาที่มาที่ไปค่อนข้างยาก
เพราะไม่มีใครต้องการได้ “ลิขสิทธิ์”
มาครอบครองเหมือนอย่างปัจจุบันที่มีกฎหมายรองรับในส่วนนี้
แต่ด้วยรากเหง้าบรรพชนไม่คุ้นเคย
เราก็จะไม่ค่อยได้ยินการฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์ที่เป็นกรณีใหญ่เหมือนในฝั่งประเทศตะวันตก
เมื่อท่านเจ้าของแบรนด์สินค้าและบริการต้องการให้ได้รับลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ก็สามารถยื่นคำร้องขอต่อเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ทุกเมื่อ
ทิศทางกับฮวงจุ้ย ตอน 4 ธาตุทอง
จากการสังเกตธรรมชาตินับพันปีของชาวจีนโบราณจนกลายมาเป็นศาสตร์ฮวงจุ้ย
ได้ให้นิยามกับทิศตะวันตกว่ามีความเป็น “ธาตุทอง” สูงที่สุด
หากจะเปรียบเปรยกับธรรมชาติของต้นไม้ใบหญ้าจะค่อยๆ
เริ่มหุบดอกหุบใบใกล้ช่วงเวลายามเย็นสนธยา ประหนึ่งมีคนนำกรรไกรมาค่อยๆ
ลิดกิ่งลิดใบทีละน้อย ดอกไม้ค่อยๆหุบดอกเล็กลงๆ ไปตามแสงสีเงินสีทองที่ค่อยๆ
ลาลับขอบฟ้า ยิ่งช่วงที่ตะวันจะคล้อยต่ำลงนั้นก็ช่างรวดเร็วเหมือนวัตถุทรงกลมขนาดใหญ่หล่นลงสู่ผืนแผ่นดินมุดหายไปโดยพลัน
โดยเฉพาะในฤดูหนาวของทุกปี ตะวันจะตกดินเร็วขึ้นเกือบชั่วโมง (Daylight
Saving Time) จนประเทศในซีกโลกตะวันตกต้องกำหนดเขตเวลา(Time Zone) ตามเส้นละติจูดลองจิจูดของแต่ละจุดบนเมืองที่เราอาศัยอยู่
ก็เพื่อให้ผู้คนได้มีเวลาทำกิจกรรมได้ทันในแต่ละวันในฤดูหนาว
และปรับกลับมาเหมือนเดิมในช่วงที่ยาวกว่าของปี
ขอกลับมาที่เรื่องของ 4 สัตว์เทพสักเล็กน้อย
กล่าวคือ ทำไมจึงเรียกว่า หงส์แดง เต่าดำ มังกรเขียวและเสือขาวหนึ่ง ด้านหน้า
หงส์แดง การสัญจรไปมาควรคล่องตัวเหมือนหงส์ร่อนลงมายังสระน้ำได้โดยง่าย
สอง ด้านหลัง เต่าดำ ชัยภูมิที่ดี ควรมีสิ่งยึดเหนี่ยวเป็นพนักพิงที่แน่นหนาสวยงาม
สาม ด้านซ้าย (มองออกสู่ด้านหน้าของอาคาร) มังกรเขียว แข็งแรงสวยงาม ผู้ชายจะสง่างาม
สี่ ด้านขวา (มองออกสู่ด้านหน้าของอาคาร) เสือขาว แข็งแรงสวยงาม ผู้หญิงจะเป็นนางพญา
สอง ด้านหลัง เต่าดำ ชัยภูมิที่ดี ควรมีสิ่งยึดเหนี่ยวเป็นพนักพิงที่แน่นหนาสวยงาม
สาม ด้านซ้าย (มองออกสู่ด้านหน้าของอาคาร) มังกรเขียว แข็งแรงสวยงาม ผู้ชายจะสง่างาม
สี่ ด้านขวา (มองออกสู่ด้านหน้าของอาคาร) เสือขาว แข็งแรงสวยงาม ผู้หญิงจะเป็นนางพญา
ขอขยายความเรื่องมังกรเขียวและเสือขาว สมองซีกซ้ายของคนเรา
ควบคุมฮอร์โมนเกี่ยวกับความคิดที่เป็นเหตุผลตรรกะ การตัดสินใจ การคำนวณ ส่วนสมองซีกขวา
ควบคุมฮอร์โมนด้านศิลปะ จิตใจ จิตวิญญาณ ญาณหยั่งรู้ ตาที่สาม ความละเอียดอ่อนไหว ถ้าส่วนผสมฮอร์โมนทั้งสมองสองซีก
“ลงตัว” จะเกิด “ยอดคน” บนผืนปฐพี แต่ถ้าด้านไหนโดดเด่นกว่า ก็จะได้ยอดบุรุษ
หรือวีรสตรี
มีตำนานเกี่ยวกับสุสานของบรรพชนสกุลอู่ มีเทือกเขาที่แข็งแกร่งสวยงามมาจากทิศทาง “เสือขาว” ของสุสานตระกูลอู่ซ้อนกันถึง 4 ชั้น คำทำนายจึงมีขึ้นว่า ลูกหลานสกุลอู่เพศหญิง รุ่นที่ 4 จะกลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง นางสามารถนำพาความยิ่งใหญ่มาสู่ตระกูลได้จนได้สมัญญานามว่า “บูเช็คเทียน” ในภาษาจีนแต้จิ๋ว หรือ “อู่เจ๋อเทียน” ในภาษาจีนกลาง
มีตำนานเกี่ยวกับสุสานของบรรพชนสกุลอู่ มีเทือกเขาที่แข็งแกร่งสวยงามมาจากทิศทาง “เสือขาว” ของสุสานตระกูลอู่ซ้อนกันถึง 4 ชั้น คำทำนายจึงมีขึ้นว่า ลูกหลานสกุลอู่เพศหญิง รุ่นที่ 4 จะกลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง นางสามารถนำพาความยิ่งใหญ่มาสู่ตระกูลได้จนได้สมัญญานามว่า “บูเช็คเทียน” ในภาษาจีนแต้จิ๋ว หรือ “อู่เจ๋อเทียน” ในภาษาจีนกลาง
ถ้ากลับมามองในเรื่องของการออกแบบโลโก้ที่ดีงาม ควรมีความสมดุลทั้ง
5 ธาตุ (ดิน ทอง น้ำ ไม้ ไฟ) คือมีส่วนผสมที่ลงตัวของลักษณะธาตุทั้ง 5
เพราะหมายความว่าเข้ากับผู้บริหารได้หลากหลายมากกว่า
กรณีบริษัทสามารถเจริญก้าวหน้าและส่งต่อให้รุ่นถัดไปเหมือนบรรพกษัตริย์จีน
และอีกนัยคือสามารถดึงดูดพลังจากกลุ่มชนทุกหมู่เหล่าได้นั่นเอง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)